วัยทอง
“วัยทอง” แม้จะฟังดูดี มีค่า
มีราคา คนมั่งมีใคร่จะมีทอง แต่เมื่อเอามาต่อท้ายคำว่า “วัย” ไม่ว่าจะคนมั่งมี รวยจนก็ไม่ใครอยากจะได้ครอบครองนัก “วัยทอง” ไม่เพียงเป็นคำที่บ่งชี้ถึงอายุที่ล่วงเลยเลขหลัก
5 เท่านั้น
แต่ในช่วงการก้าวสู่วัยทองนั้นมีผลต่อสุขภาพร่างกาย อารมณ์ของสตรีเพศด้วย ดังที่มักจะได้ยินคำกล่าวว่า “เจ้าอารมณ์เหมือนคนวัยทอง”
“วัยทอง” หมายถึง สตีที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน บางคนก็เรียกว่า “วัยหมดระดู” เรื่องของการเข้าสู่วัยทอง
นับเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของสตรีเพศ เป็นไปตามวงจรของชีวิต
ซึ่งส่วนใหญ่ก็ดำเนินเข้าสู่แต่ละวัยอย่างเป็นปกติ นับตั้งแต่วัยทารก วัยเด็ก
วัยรุ่น วัยกลางคน วัยทอง
วัยชรา
อายุเท่าไหร่ถึงจะถูกเรียกว่าวัยทอง
(คงไม่มีใครอยากใช้คำนี้กับตัวเองหรอก)
เริ้มตั้งแต่ผู้หญิงอายุ 45-50 ปี
สามารถเกิดวัยทองได้
แต่โดยเฉลี่ยส่วนใหญ่ช่วงอายุ 48-49 ปี จะเข้าสู่วัยทอง
สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่จะเกิดวัยทองได้เร็วกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่
และผู้ที่ตัดรังไข่ก็สามารถเกิดวัยทองได้ทันทีหลังตัดรังไข่
ศ.นพ.นิมิต เตชไกรชนะ
ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา
คณะแพทย์ศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
กล่าวว่า เมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา
ในขณะที่สตรีส่วนใหญ่ยังมีอายุยืนยาวไปไม่ถึงระยะเวลาที่จะเข้สู่วัยหมดระดู
สตรีในยุคนั้นจึงยังไม่ประสบปัญหาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในวัยทองมากนัก อย่างไรก็ตาม
อายุขัยของสตรีทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ดังเช่น
สตรีไทยที่มีอายุขัยเฉลี่ยในปัจจุบันมากกว่า 70 ปี
จึงมีแนวโน้มที่จะใช้ชีวิตและประสบปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงในวัยทาองมากขึ้น
ดังนั้นเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ก่อนว่า อาการของวัยทองเป็นอย่างไร คนวัยทองสามารถเกิดโรคอะไรได้บ้าง เพื่อที่จะได้รับมือ ป้องกันได้ถูกต้อง ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่วัยทอง และเผชิญกับปัญหาเหล่านั้น
รู้ตัวล่วลหน้าก่อนเปลี่ยนวัย
อย่างที่บอกว่า วัยทองของแต่ละคนนั้นจะมาเยือนในอายุที่ไม่เท่ากัน จึงระบุแน่ชัดไม่ได้ว่า อายุ 45 50
ถึงจะเป็นวัยทอง
แต่คุณสามารถรู้ตัวล่วงหน้าได้ง่ายๆ
ด้วยการสังเกตการมาของประจำเดือนจากที่เคยมาปกติ สม่ำเสมอ
พอหลังจากอายุ 40 รังไข่เริ่มทำงานกระท่อนกระแท่น ประจำเดือนจะมาขาดๆ เกินๆ
บ้าง และจะเห็นได้ชัดตอนอายุ 45 ปี
ประจำเดือนจะมาไม่ปกติ
มากบ้าง น้อยบ้าง 2-3 เดือนมาครั้ง หรือบางครั้ง 20 วันก็มาแล้ว ซึ่งจะมีอาการแบบนี้แทบทุกคน
นอกจากนี้จะมีอาการร้อนวูบวาบ ซึมเศร้า
ควบคุมอารมณ์ของตัวเองยากขึ้น 1-2 อาทิตย์ก่อนประจำเดือนมาจะหงุดหงิดมาก
อาการเช่นนี้จะเป็นอยู่เกือบปีก่อนที่จะเข้าสู่วัยทอง แต่บางคนก็อาจจะไม่มีอาการเหล่านี้เลย
วัยทองกับภาวะอาการชวนหัวปั่น
เมื่อเข้าสู่วัยทองระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen) และ โปรเจสเตอโรน (progesterone) ลดลงทำให้เกิดอาการหลายอย่าง บางคนเป็นมากบางคนเป็นน้อย ซึ่งเป็นผลของเอสโตรเจนต่อร่างกาย อาการอาจจะเป็นไม่กี่เดือนก็หาย แต่โดยเฉลี่ยประมาณ 4 ปี
ที่คนวัยทองจะต้องเผชิญกับอาการต่างๆ
เหล่านี้
- ร้อนตามตัว
จะมีร้อนโดยเฉพาะส่วนบนของร่างกาย
แก้ม คอ หลังจะแดง
หลังจากนั้นจะตามด้วยเหงื่อออกและหนาวสั่นในเวลากลางคืนอาการนี้จะเป็นนาน 1-5 นาที
- ปัญหาเกี่ยวกับช่องคลอดและกระเพาะปัสสาวะ
เนื่องจากระดับเอสโตรเจนลดลงทำให้เยื่อบุช่องคลอดแห้งและบางลง ทำให้มีอาการปวดขณะร่วมเพศ และมีการติดเชื้อในช่องคลอดบ่อยขึ้น นอกจากนั้นยังมีเรื่องกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะเล็ดเวลาจามหรือไอ
- มีปัญหาเรื่องการนอน นอนหลับยาก
ตื่นเร็ว
อาจจะตื่นกลางคืนและเหงื่อออกมาก
- มีอารมณ์ผันผวนโกรธง่าย ตึงเครียดง่าย
อารมณ์อ่อนไหว
มีอาการซึมเศร้าโดยไม่ทราบสาเหตุ
เบื่อหน่ายไปทุกเรื่อง
โดยเฉพาะเรื่องเพศ
- การเปลี่ยนแปลงทางรูปร่าง เอวจะเริ่มหายไป
ไขมันที่เคยเกาะบริเวณขาจะเปลี่ยนไปเกาะบริเวณเอว กล้ามเนื้อลดลงมีไขมันเพิ่ม ผิวหนังเริ่มเหี่ยว
- ปัญหาอื่น
เช่น ปวดศีรษะ ความจำลดลง
ปวดตามตัว
สาเหตุแห่งการเปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนไทยส่วนใหญ่แล้ว
การเข้าสู่วัยทองเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ แต่อาจมีบางคนที่มีอาการมาก จนเกิดผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและการงาน บางคนมีการเสื่อมถอยที่รุนแรง และรวดเร็วกว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน โดยความแตกต่างของอาการ และปัญหาที่เกิดขึ้นมาจาก 3 ปัจจัย คือ พื้นฐานสภาวะจิตใจและบุคลิกภาพดั้งเดิม โดยผู้ที่มีสภาพพื้นฐานทางจิตใจ และบุคลิกที่มั่นคง ไม่หวั่นไหวง่าย มักจะเข้าสู่วัยทองโดยราบรื่น ต่อมาคือความรุนแรงและฉับพลันของการขาดฮอร์โมนเพศ เช่น
ในรายที่ได้รับการตัดรังไข่ทั้งสองข้างตั้งแต่อายุยังน้อย มักมีอากรที่รุนแรง กว่าผู้ที่หมดระดูตามธรรมชาติ
หรือผู้ที่อยู่ในระยะที่กำลังมีการเปลี่ยนแปลงตามระดับฮอร์โมนอย่างมาก ความเครียดและปัญหาที่รุมเร้า เข้ามาในระยะเวลาดังกล่าว
เนื่องจากสตรีในวัยนี้มักเป็นระยะที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบสูง
จึงมีความเครียดในระดับสูงหรืออาจเกิดจากปัญหาครอบครัว ซึ่งมักต้องรับภาระหนักในวัยดังกล่าว
ขจัดปัญหากวนใจคุณนายวัยทอง
สำหรับแนวทางการดูแลรักษาสตรีวัยทองขึ้นอยู่กับอาการและปัญหาในแต่ละราย โดยเฉพาะอาการทางด้านจิตใจและอารมณ์
มักมีปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการทำให้เกิดอาการมากหรือน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละคน
แนวทางการรักษาจากปัญหาข้างต้น ประกอบด้วยการรักษาด้วยยา หรือฮอร์โมนทดแทน ในระยะแรก
เพื่อรักษาระดับฮอร์โมนในเลือดไม่ให้แกว่งไกวมากนัก จะช่วยให้สภาพจิตใจและอารมณ์มั่นคงขึ้น ทำให้ง่ายต่อการรักษาในขั้นต่อไป ทว่าสตรีที่เข้าสู่วัยหมดระดู ไม่ควรได้รับฮอร์โมนทดแทนโดยอัตโนมัติ คงต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไปว่า มีข้อบ่งชี้
ข้อห้ามใช้
และข้อควรระวังอย่างไร ทั้งนี้
ในบางรายที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างฉับพลัน
ก็อาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยฮอร์โมนในระยะสั้น เพื่อบรรเทาอาการ และเมื่ออาการสงบมั่นคงแล้ว จึงค่อยลด
ละ เลิก การใช้ยา
โดยในระหว่างนี้จะต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ที่จะทำให้อาการหรือปัญหาเป็นรุนแรงขึ้น
ภายหลังจากที่สามารถควบคุมอาการได้ในระดับหนึ่งจากการใช้ยาหรือฮอร์โมนทดแทนแล้ว
ก็ควรเริ่มจัดการกับความเครียดด้วยการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการฝึกปฏิบัติทางจิต ได้แก่
การทำชีกง โยคะ หรือการฝึกปฏิบัติสมาธิวิปัสสานา ซึ่งจะช่วยให้ปล่อยวาง หรือทนทานต่อความเครียดได้ดีขึ้น ทำให้เครียดยากขึ้นและเป็นสุขง่ายขึ้น
ศ.นพ.นิมิต ได้กล่าวถึงการเข้าสู่ภาวะหมดระดู ว่า “การเข้าสู่ภาวะหมดระดูเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ
สตรีบางรายอาจเกิดอาการเนื่องจากการขาดฮอร์โมนเพศและจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษา การดูแลรักษาประกอบด้วยการรักษาในระยะต้น
เพื่อบรรเทาอาการโดยการใช้ยาหรือฮอร์โมนทดแทนซึ่งต้องพิจารณาถึงข้อบ่งชี้ ข้อห้ามหรือข้อควรระวังการรักษา
ในระยะกลางก็โดยฝึกปฏิบัติกายใจเพื่อจัดการกับความเครียดที่จะกระตุ้นให้เกิดอาการดังกล่าว จากนั้นจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพื้นฐานของสภาพจิตและมุมมองเพื่อการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ที่ยั่งยืนต่อไปโดยไม่ต้องอาศัยยา ในรายที่มีปัญหาที่ไม่สามารถใช้ฮอร์โมนทดแทนได้ ก็มีทางเลือกอื่นที่เป็นการรักษา ที่มิใช่ฮอร์โมนเพศซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง จึงจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและเหมาะสมเป็นกรณีไป”
โรคคู่หูวัยทอง
คนที่มีอายุ 50
ก็เปรียบเสมือนคนที่เดินลงเขา
ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงตามสังขาร
แต่ก็มีวิธีที่จะทำยังไงไม่ให้ร่างกายโรยเร็ว
และอีกการเปลี่ยนแปลงหนึ่งของคนวัย 50 ก็คือ ฮอร์โมนลดลง ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงให้เกิดโรคกระดูกพรุน และหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
โรคกระดูกพรุน
เนื่องจากเพศหญิงจะมีการเกิดกระดูกจางมากและเร็วกว่าผู้ชาย และผู้หญิงวัยทองขาดเอสโตรเจน ซึ่งเป็นผลให้เกิดการละลายของกระดูกมากกว่าปกติ
แต่อย่างไรก็ตามหากวัยสาวสามารถสะสมมวลกระดูกไว้ได้มากก็จะทำให้กระดูกกร่อนช้า ไม่เกิดโรคนี้
ซึ่งวัยที่สะสมมวลกระดูกไว้ได้มากและดีที่สุด คือช่วง 30-35 ปี
โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
ตามจริงแล้วผู้ชายจะเป็นโรคนี้มากกว่า
เพราะผู้หญิงจะมีฮอร์โมนช่วยป้องกันไม่ให้ไขมันสูง แต่พอผู้หญิงก้าวสู่วัยทอง ฮอร์โมนนี้ลดลง
โอกาสที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก วิธีการป้องกันต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน อายุมากขึ้นต้องทานให้น้อยลง เน้นผัก
ผลไม้ และหมั่นออกกำลังกาย เพราะส่วนใหญ่พออายุมากมักมีอันจะกิน กินเกินจนมีไขมันเกิน หลอดเลือดก็ตัน ดังนั้นถ้าปฏิบัติถูก
โอกาสที่จะเป็นโรคนี้ก็ไม่มาก
ดูแลสุขภาพให้เหมาะกับวัย
เมื่อเข้าสู่วัยนี้แล้ว ก็ควรจะดูแลสุขภาพร่างกายให้เหมาะสมกับวัย ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย
หรือประพฤติตัวเหมือนวัยสาว
เพราะร่างกายของคนเรานั้นต้องการอาหาร
การดูแล
ผักผ่อนที่แตกต่างกันไปตามแต่ละวัย
อาหาร
นอกจากการรับประทานอาหารครบ 5 หมู่แล้ว
สตรีวัยทองควรจะเน้นการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น
นม โยเกิร์ต พืชตระกูลถั่ว
เต้าหู้ งาดำ ปลาเล็กปลาน้อยที่รับประทานพร้อมก้าง ผักใบเขียว
เป็นต้น แคลเซียมที่รับประทาน จะเป็นตัวเสริมสร้างกระดูก สตรีวัยทองควรจะได้รับแคลเซียมวันละ 1,500 มิลลิกรัม
เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุน
นอกจากนี้ควรจะควบคุมระดับไขมันในเส้นเลือดโดยงดรับประทานอาหารที่มีคอเรสเตอรอลสูง เช่น
หอยนางรม ไข่แดง เป็นต้น
เลิกบุหรี่และแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงสุรา หลีกเลี่ยงความเครียด เมื่อเวลาเครียดให้หายใจเข้าออกยาวๆ ช้าๆ
และใจเย็นๆ
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น
การเดิน การวิ่งเหยาะๆ เต้นรำ
ฝึกโยคะ ชีกง ฯลฯ
เมื่อเริ่มเกิดอาการร้อนให้ไปอยู่ที่เย็นๆ
ให้นอนในห้องที่เย็น
ให้ดื่มน้ำเย็นเมื่อเริ่มรู้สึกร้อนหลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดร้อน
ตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอปีละ 1 ครั้ง ตรวจเช็กความดันโลหิต ตรวจเลือดหาระดับไขมัน
ตรวจภายในเช็กมะเร็งปากมดลูก ตรวจหามะเร็งเต้านม และตรวจหาความหนาแน่นของกระดูก
เตรียมพร้อมเข้าสู่วัยทองอย่างไร
เมื่อรู้เหตุและปัญหาของ “วัยทอง” แล้ว
ก็ควรที่จะเตรียมร่างกาย
จิตใจ และการเริ่มต้นไม่ใช่เพียงมาเริ่มเอาเมื่ออายุ 40 ปี หรือเฉียดๆ จะเป็นวัยทอง
แต่ควรจะมีการเตรียมตัวมาตั้งแต่เด็กๆ
แต่ถ้าจะคิดเริ่มเอาเมื่ออายุ 30 40
ก็ยังไม่สายเกินไปนัก
เพียงแค่หากเปรียบเทียบการเดินข้ามสะพานไม้แคบๆ
คนหนุ่มสาวมักจะเดินทรงตัวได้ดีกว่าคนที่อายุมากแล้วก็เท่านั้นเอง
การฝึกบุคลิกภาพ ฝึกจิตใจ
เป็นเรื่องสำคัญมาก
เพราะหากเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคง
จะช่วยลดปัญหาสภาพจิตใจแปรปรวนได้เป็นอย่างดี
รู้จักวิธีผ่อนคลาย จัดการกับความเครียด
เพราะคนเรายิ่งมีอายุมากขึ้นยิ่งมีขยะอารมณ์เพิ่มเป็นเงาตามตัว
หากไม่รู้จักวิธีขจัดจะกลายเป็นสะสมเมื่อมันทะลักล้นก็จะควบคุมไม่ได้ คนเรารู้จักวิธีคิด วิธีวิเคราะห์
แต่คนเราไม่รู้วิธีหยุดคิด
ดังนั้นต้องรู้จักการหยุดคิด
ด้วยการนั่งสมาธิ ฝึกชีกง โยคะ
ให้ลมหายใจกำหนดอยู่ที่จิตใจ
ต่อมาเรื่องสุขภาพร่างกาย สิ่งแวดล้อม
ก็เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง
เปรียบเหมือนต้นไม้ที่เจริญเติบโตงอกงามด้วยปุ๋ย ดิน
อากาศ น้ำ ดังนั้นเราก็ควรเตรียมความพร้อมด้านนี้ด้วย เช่น
อาหาร น้ำ แสงแดด
อากาศ
ต้องได้รับสิ่งที่ดีมีประโยชน์“วัยทอง” ก็เปรียบเหมือนหนังที่เป็นเรื่องราวต่อเนื่องในช่วงชีวิตของคนเรา ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับแล้วว่า
วัยหมดประจำเดือนไม่ใช่วัยเริ่มต้นสู่วัยชรา เพราะสตรีวัยนี้ยังคงทำงานได้อย่างกระฉับกระเฉง
ดังนั้นอย่าวิตกกับการที่ชีวิตกำลังเข้าสู่ภาวะ “วัยทอง”

วัยทอง
Menopause
วัยทองหรือหมดประจำเดือนคืออะไร
วัยทองเป็นวัยหนึ่งของชีวิต ซึ่งเริ่มด้วย
วัยทารก วัยเด็ก วัยรุ่น วัยกลางคนวัยทอง
วัยรุ่นและวัยทองเป็นวัยที่รังไข่สร้างฮอร์โมนออกมาน้อยและไม่สม่ำเสมอทำให้มีประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ
วัยทองรังไข่ทำงานน้อยลงทำให้สร้างฮอร์โมนออกมาน้อยลง[ estrogen,progesterone] ทำให้บางท่านอาจจะมีประจำเดือนมากขึ้นบางคนน้อยลง
บางคนประจำเดือนห่างบางคนก็มาถี่ ฮอร์โมนนี้จะช่วยในการมีประจำเดือน การตั้งครรภ์
ความแข็งแรงของกระดูก ลดระดับ cholesterol
วัยทองจะเริ่มเมื่อไร
หญิงอายุตั้งแต่30 ปีขึ้นไปจน 50ปีสามารถเกิดวัยทองได้
โดยเฉลี่ยคืออายุ 51
ปีผู้ที่สูบบุหรี่จะเกิดวัยทองได้เร็วกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่
ผู้ที่ตัดรังไข่ก็สามารถเกิดวัยทองได้ทันทีหลังตัดรังไข่
อาการเตือนของวัยทองมีอะไรบ้าง
เมื่อระดับฮอร์โมน
estrogen และ progesteroneลดลงจะทำให้เกิดอาการหลายอย่างบางคนเป็นมากบางคนเป็นน้อย(
ผลของเอสโตรเจนต่อร่างกาย)อาการอาจจะเป็นไม่กี่เดือนก็หาย แต่โดยเฉลี่ยประมาณ 4 ปี อาการต่างๆมีดังนี้
1.ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอเช่นมาเร็ว
มาช้า มามาก มาน้อย มานาน
2.ร้อนตามตัว
ผู้ป่วยจะมีร้อนโดยเฉพาะส่วนบนของร่างกาย แก้ม คอหลังจะแดงหลังจากนั้นจะตามด้วยเหงื่อออกและหนาวสั่นในเวลากลางคืน
อาการนี้จะเป็นนาน 1-5 นาที
3.ปัญหาเกี่ยวกับช่องคลอดและกระเพาะปัสสาวะ
เนื่องจากระดับ estrogen ลดลงทำให้เยื่อบุช่องคลอดแห้งและบางลงผู้ป่วยจะมีอาการปวดขณะร่วมเพศ
และมีการติดเชื้อในช่องคลอดบ่อยขึ้น นอกจากนั้นยังมีเรื่องกั้นปัสสาวะไม่อยู่
ปัสสาวะเล็ดเวลาจามหรือไอ
4.การคุมกำเนิด ควรคุมกำเนิดอย่างน้อย 1
ปีหลังประจำเดือนครั้งสุดท้ายผู้ป่วยบางคนจะมีความรู้สึกทางเพศลดลงแต่บางรายมีความรู้สึกทางเพศสูงขึ้น
5.มีปัญหาเรื่องการนอน นอนหลับยาก
ตื่นเร็ว อาจจะตื่นกลางคืนและเหงื่อออกมาก ผู้ป่วยจะบ่นเรื่องเหนื่อย
6.ผู้ป่วยจะมีอารมณ์ผันผวนโกรธง่ายมีอาการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เร็ว
เครียดง่าย หงุดหงิดโดยไม่มีสาเหตุ โกรธง่าย ใจน้อย ควบคุมอารมณ์ได้ยาก
บางคนหลงลืมง่าย เวียนศีรษะ ซึมเศร้า
7.การเปลี่ยนแปลงทางรูปร่าง
เอวจะเริ่มหายไป ไขมันที่เคยเกาะบริเวณขาจะเปลี่ยนไปเกาะบริเวณเอวกล้ามเนื้อลดลงมีไขมันเพิ่ม
ผิวหนังเริ่มเหี่ยว
8.ปัญหาอื่น เช่นปวดศีรษะ ความจำลดลง
ปวดตามตัว
9.ผิวหนังจะบางลง
แห้งและเกิดเป็นแผลได้ง่าย มีอาการคันตามผิวหนัง และผิวหนังเกิดผื่นแพ้ง่าย
10.เส้นผมจะหยาบแห้งและบางลง หลุดร่วงได้ง่าย
ไม่ดกดำเป็นเงางาม
11.ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
หรือปวดตามข้อและกระดูก
12.นอนหลับยากหรือนอนไม่หลับ
13.ปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่ค่อยได้
14.กระดูกจะบางและเปราะง่าย
เวลาหกล้มกระดูกจะหักได้ง่ายขึ้น
ตารางข้างล่างจะแสดงความรุนแรงและความถี่ของอาการเพื่อเป็นข้อมูลในการให้ฮอร์โมนทดแทน
ตารางแสดงความรุนแรงของอาการและความถี่
อาการ
ไม่เคย เบาๆ ปานกลาง
เป็นมาก ความถี่
ร้อนตามตัว
□ □ □ □ 1
2 3 4
5
เหงื่อออกกลางคืน
หนาวสั่น □ □ □ □ 1
2 3 4
5
หลับยา
ตื่นเร็ว □ □ □ □ 1
2 3 4
5
ช่องคลอดแห้ง
เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ □
□ □ □ 1
2 3 4
5
ขี่ลืม
ไม่มีสมาธิ □ □ □ □ 1
2 3 4
5
ซึมเศร้า
อารมณ์แปรปรวน □ □ □
□ 1
2 3 4
5
1=ไม่เคย 5=บ่อยมาก
วัยทองกับโรค
เมื่อเข้าสู่วัยทองจะมีโรคหลายโรคเกิดมากในวัยนี้
ได้แก่ โรคหัวใจ โรคกระดูกพรุน มะเร็งเต้านม
แต่ไม่ใครสามารถที่จะคาดเดาว่าจะเป็นใครจะเป็นโรคดังกล่าว
แต่เราจะพิจารณาจากปัจจัยเสี่ยงว่าวัยทองคนใดมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคอะไร
ดังนั้นท่านที่อยู่ในวัยทองท่านจะต้องรู้สิ่งต่อไปนี้เพื่อการตัดสินใจรับฮอร์โมนทอแทน
• รายละเอียดเกี่ยวกับโรคหัวใจ
โรคกระดูกพรุน โรคมะเร็งเต้านม
• ปัจจัยเสี่ยงของแต่ละโรค
• ผลของฮอร์โมนทดแทนต่อภาวะดังกล่าว
โรคที่มักจะเกิดกับวัยทอง
•ผู้ป่วยจะเกิดโรคกระดูกพรุนได้เร็ว
•ผู้ป่วยวัยทองจะมีอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
และโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มผู้ป่วยควรควบคุมปัจจัยเสี่ยง
•มะเร็งเต้านม
เมื่อเข้าสู่วัยทองต้องทำอะไรบ้าง
อาหาร
สตรีวัยทองควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเน้นการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม โยเกิร์ต
พืชตระกูลถั่ว เต้าหู้ งาดำ ปลาเล็กปลาน้อยที่รับประทานพร้อมก้าง ผักใบเขียว
เป็นต้น แคลเซียมที่รับประทานจะเป็นตัวเสริมสร้างกระดูกเพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุน
นอกจากนี้
ควรควบคุมระดับไขมันในเส้นเลือดโดยงดรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง
และเลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดิน
การวิ่งเหยาะๆ เต้นรำ รำมวยจีน เต้นแอโรบิค เป็นต้น
ฝึกการควบคุมอารมณ์ให้มีความคิดในทางบวก และทำจิตใจให้แจ่มใสเบิกบาน
ตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ปีละ 1
ครั้ง ตรวจเช็คความดันโลหิต ตรวจเลือดหาระดับไขมัน ตรวจภายในเช็คมะเร็งปากมดลูก
ตรวจหามะเร็งเต้านม และตรวจหาความหนาแน่นของกระดูก
รวมทั้งการตรวจระดับของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับวัยทอง
•ให้รับประทานอาหารที่มีแคลเซี่ยมสูง
ลดไขมัน
•ลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
•เลิกบุหรี่และแอลกอฮอล์
•ใช้สารหล่อลื่นก่อนร่วมเพศ
•ตรวจเต้านม มะเร็งปากมดลูกทุกปี
การรักษาโรคที่มากับวัยทองโดยไม่ใช้ฮอร์โมน
ก่อนการให้ฮอรโมนทดแทนจะต้องประเมินความรุนแรงของโรคที่พบร่วมกับวัยทองเช่นอาการร้อนตามตัว
กระดูกโปร่งบางและต้องมาเปรียบเทียบกับความเสี่ยงที่จะเกิดโรคจากการให้ฮอร์โมนเช่นมะเร็ง
โรคหัวใจและหลอดเลือด
และจะต้องพิจารณาว่ามีทางเลือกอื่นอีกหรือไม่ในการรักษาภาวะเหล่านี้
ถ้าหากท่านมีอาการร้อนตามตัวจะแก้ไขอย่างไร
•เมื่อเริ่มเกิดอาการร้อนให้ไปอยู่ที่เย็นๆ
•ให้นอนในห้องที่เย็น
•ให้ดื่มน้ำเย็นเมื่อเริ่มรู้สึกร้อน
• หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดๆ และร้อน
• หลีกเลี่ยงสุรา
• หลีกเลี่ยงความเครียด
เมื่อเวลาเครียดให้หายใจเข้าออกยาวๆ ช้าและใจเย็นๆ
•ถ้าหนาวให้ใส่เสื้อหลายชั้น
และหากร้อนก็สามารถถอดทีละชั้น
• แพทย์บางท่าแนะนำให้ใช้วิตามิน
อีซึ่งจะลดอาการได้ร้อยละ 40
clonidine และยาลดอาการซึมเศร้ากลุ่ม SSRI เช่น Prozac Zoloft
•อาหารซึ่งมีถั่วเหลืองจะช่วยลดอาการร้อนตามตัว
อาการช่องคลอดแห้ง
เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ปัสสาวะบ่อยจะแก้ไขอย่างไร
•เนื่องจากเนื้อเยื่อของช่องคลอดและกระเพาะปัสสาวะจะฝ่อทำให้เกิดอาการดังกล่าว
และหากมีข้อห้ามในการรับประทานฮอร์โมนทดแทน
หรือผู้ป่วยไม่อยากจะรับความเสี่ยงจากการให้ฮอร์โมนก็สามารถใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดทาช่องคลอดได
้โดยระดับยาในเลือดจะมีน้อยกว่าชนิดรับประทาน 1 ใน 4 แต่จะให้ผลดีต่อช่องคลอดมากกว่าชนิดรับประทาน
4 เท่า
ในการใช้ยาครั้งแรกให้ทาทุกวันหลังจากนั้นให้ทาอาทิตย์ละ 2-3 ครั้งหรือแล้วแต่การปรับของผู้ป่วย
•นอกจากนั้นบางคนอาจจะใช้ยาที่เพิ่มความชุ่มชื้นแก่ช่องคลอดแต่ไม่ทำให้เนื้อเยื่อหนาตัว
อาการนอนไม่หลับและอารมณ์แปรปรวน
• ใช้ยายาลดอาการซึมเศร้ากลุ่ม SSRI ซึ่งจะไปเปลี่ยนแปลงระดับ serotonin ในสมองทำให้ลดอาการซึมเศร้า
การรักษาโรคกระโปร่งบางหรือกระดูกพรุน การป้องกันโรดกระดูกพรุนอ่านที่นี่
การรักษาโรคหัวใจ การป้องกันคลิกอ่านที่นี่
มะเร็งเต้านม คลิกอ่านที่นี่ การให้ฮอร์โมนทดแทน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น