วันพุธที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2557

วัยทองและอาหารของวัยทอง


วัยทอง

         วัยทอง  แม้จะฟังดูดี  มีค่า  มีราคา  คนมั่งมีใคร่จะมีทอง  แต่เมื่อเอามาต่อท้ายคำว่า  วัย  ไม่ว่าจะคนมั่งมี  รวยจนก็ไม่ใครอยากจะได้ครอบครองนัก  วัยทอง  ไม่เพียงเป็นคำที่บ่งชี้ถึงอายุที่ล่วงเลยเลขหลัก 5 เท่านั้น  แต่ในช่วงการก้าวสู่วัยทองนั้นมีผลต่อสุขภาพร่างกาย  อารมณ์ของสตรีเพศด้วย  ดังที่มักจะได้ยินคำกล่าวว่า  เจ้าอารมณ์เหมือนคนวัยทอง

 

         วัยทอง  หมายถึง  สตีที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน  บางคนก็เรียกว่า  วัยหมดระดู  เรื่องของการเข้าสู่วัยทอง  นับเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของสตรีเพศ  เป็นไปตามวงจรของชีวิต  ซึ่งส่วนใหญ่ก็ดำเนินเข้าสู่แต่ละวัยอย่างเป็นปกติ  นับตั้งแต่วัยทารก  วัยเด็ก  วัยรุ่น  วัยกลางคน  วัยทอง  วัยชรา

 

         อายุเท่าไหร่ถึงจะถูกเรียกว่าวัยทอง  (คงไม่มีใครอยากใช้คำนี้กับตัวเองหรอก)   เริ้มตั้งแต่ผู้หญิงอายุ  45-50 ปี  สามารถเกิดวัยทองได้  แต่โดยเฉลี่ยส่วนใหญ่ช่วงอายุ 48-49 ปี  จะเข้าสู่วัยทอง  สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่จะเกิดวัยทองได้เร็วกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่  และผู้ที่ตัดรังไข่ก็สามารถเกิดวัยทองได้ทันทีหลังตัดรังไข่

 

         ศ.นพ.นิมิต  เตชไกรชนะ  ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา  คณะแพทย์ศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  กล่าวว่า  เมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา  ในขณะที่สตรีส่วนใหญ่ยังมีอายุยืนยาวไปไม่ถึงระยะเวลาที่จะเข้สู่วัยหมดระดู  สตรีในยุคนั้นจึงยังไม่ประสบปัญหาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในวัยทองมากนัก  อย่างไรก็ตาม  อายุขัยของสตรีทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ  ดังเช่น  สตรีไทยที่มีอายุขัยเฉลี่ยในปัจจุบันมากกว่า  70 ปี  จึงมีแนวโน้มที่จะใช้ชีวิตและประสบปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงในวัยทาองมากขึ้น

 

         ดังนั้นเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ก่อนว่า  อาการของวัยทองเป็นอย่างไร  คนวัยทองสามารถเกิดโรคอะไรได้บ้าง  เพื่อที่จะได้รับมือ  ป้องกันได้ถูกต้อง  ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่วัยทอง  และเผชิญกับปัญหาเหล่านั้น

 

รู้ตัวล่วลหน้าก่อนเปลี่ยนวัย

 

         อย่างที่บอกว่า  วัยทองของแต่ละคนนั้นจะมาเยือนในอายุที่ไม่เท่ากัน  จึงระบุแน่ชัดไม่ได้ว่า  อายุ 45  50  ถึงจะเป็นวัยทอง  แต่คุณสามารถรู้ตัวล่วงหน้าได้ง่ายๆ  ด้วยการสังเกตการมาของประจำเดือนจากที่เคยมาปกติ  สม่ำเสมอ  พอหลังจากอายุ 40 รังไข่เริ่มทำงานกระท่อนกระแท่น  ประจำเดือนจะมาขาดๆ  เกินๆ  บ้าง  และจะเห็นได้ชัดตอนอายุ 45 ปี  ประจำเดือนจะมาไม่ปกติ  มากบ้าง  น้อยบ้าง  2-3 เดือนมาครั้ง  หรือบางครั้ง 20 วันก็มาแล้ว  ซึ่งจะมีอาการแบบนี้แทบทุกคน

 

         นอกจากนี้จะมีอาการร้อนวูบวาบ  ซึมเศร้า  ควบคุมอารมณ์ของตัวเองยากขึ้น  1-2 อาทิตย์ก่อนประจำเดือนมาจะหงุดหงิดมาก  อาการเช่นนี้จะเป็นอยู่เกือบปีก่อนที่จะเข้าสู่วัยทอง  แต่บางคนก็อาจจะไม่มีอาการเหล่านี้เลย

 

วัยทองกับภาวะอาการชวนหัวปั่น

 

         เมื่อเข้าสู่วัยทองระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen) และ โปรเจสเตอโรน (progesterone)  ลดลงทำให้เกิดอาการหลายอย่าง  บางคนเป็นมากบางคนเป็นน้อย  ซึ่งเป็นผลของเอสโตรเจนต่อร่างกาย  อาการอาจจะเป็นไม่กี่เดือนก็หาย  แต่โดยเฉลี่ยประมาณ  4 ปี  ที่คนวัยทองจะต้องเผชิญกับอาการต่างๆ  เหล่านี้

 

-   ร้อนตามตัว  จะมีร้อนโดยเฉพาะส่วนบนของร่างกาย  แก้ม  คอ  หลังจะแดง  หลังจากนั้นจะตามด้วยเหงื่อออกและหนาวสั่นในเวลากลางคืนอาการนี้จะเป็นนาน  1-5 นาที

 

-   ปัญหาเกี่ยวกับช่องคลอดและกระเพาะปัสสาวะ  เนื่องจากระดับเอสโตรเจนลดลงทำให้เยื่อบุช่องคลอดแห้งและบางลง  ทำให้มีอาการปวดขณะร่วมเพศ  และมีการติดเชื้อในช่องคลอดบ่อยขึ้น  นอกจากนั้นยังมีเรื่องกลั้นปัสสาวะไม่อยู่  ปัสสาวะเล็ดเวลาจามหรือไอ

 

-   มีปัญหาเรื่องการนอน  นอนหลับยาก  ตื่นเร็ว  อาจจะตื่นกลางคืนและเหงื่อออกมาก

 

-   มีอารมณ์ผันผวนโกรธง่าย  ตึงเครียดง่าย  อารมณ์อ่อนไหว  มีอาการซึมเศร้าโดยไม่ทราบสาเหตุ  เบื่อหน่ายไปทุกเรื่อง  โดยเฉพาะเรื่องเพศ

 

-   การเปลี่ยนแปลงทางรูปร่าง  เอวจะเริ่มหายไป  ไขมันที่เคยเกาะบริเวณขาจะเปลี่ยนไปเกาะบริเวณเอว  กล้ามเนื้อลดลงมีไขมันเพิ่ม  ผิวหนังเริ่มเหี่ยว

 

-   ปัญหาอื่น  เช่น  ปวดศีรษะ  ความจำลดลง  ปวดตามตัว

 

สาเหตุแห่งการเปลี่ยนแปลง

 

         อย่างไรก็ตาม  สำหรับคนไทยส่วนใหญ่แล้ว  การเข้าสู่วัยทองเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ  แต่อาจมีบางคนที่มีอาการมาก  จนเกิดผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและการงาน  บางคนมีการเสื่อมถอยที่รุนแรง  และรวดเร็วกว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน  โดยความแตกต่างของอาการ  และปัญหาที่เกิดขึ้นมาจาก  3 ปัจจัย  คือ  พื้นฐานสภาวะจิตใจและบุคลิกภาพดั้งเดิม  โดยผู้ที่มีสภาพพื้นฐานทางจิตใจ  และบุคลิกที่มั่นคง  ไม่หวั่นไหวง่าย  มักจะเข้าสู่วัยทองโดยราบรื่น  ต่อมาคือความรุนแรงและฉับพลันของการขาดฮอร์โมนเพศ  เช่น  ในรายที่ได้รับการตัดรังไข่ทั้งสองข้างตั้งแต่อายุยังน้อย  มักมีอากรที่รุนแรง  กว่าผู้ที่หมดระดูตามธรรมชาติ  หรือผู้ที่อยู่ในระยะที่กำลังมีการเปลี่ยนแปลงตามระดับฮอร์โมนอย่างมาก  ความเครียดและปัญหาที่รุมเร้า  เข้ามาในระยะเวลาดังกล่าว  เนื่องจากสตรีในวัยนี้มักเป็นระยะที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบสูง  จึงมีความเครียดในระดับสูงหรืออาจเกิดจากปัญหาครอบครัว  ซึ่งมักต้องรับภาระหนักในวัยดังกล่าว

 

ขจัดปัญหากวนใจคุณนายวัยทอง

 

         สำหรับแนวทางการดูแลรักษาสตรีวัยทองขึ้นอยู่กับอาการและปัญหาในแต่ละราย  โดยเฉพาะอาการทางด้านจิตใจและอารมณ์  มักมีปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการทำให้เกิดอาการมากหรือน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละคน

 

         แนวทางการรักษาจากปัญหาข้างต้น  ประกอบด้วยการรักษาด้วยยา  หรือฮอร์โมนทดแทน  ในระยะแรก  เพื่อรักษาระดับฮอร์โมนในเลือดไม่ให้แกว่งไกวมากนัก  จะช่วยให้สภาพจิตใจและอารมณ์มั่นคงขึ้น  ทำให้ง่ายต่อการรักษาในขั้นต่อไป  ทว่าสตรีที่เข้าสู่วัยหมดระดู  ไม่ควรได้รับฮอร์โมนทดแทนโดยอัตโนมัติ  คงต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไปว่า  มีข้อบ่งชี้  ข้อห้ามใช้  และข้อควรระวังอย่างไร  ทั้งนี้  ในบางรายที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างฉับพลัน  ก็อาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยฮอร์โมนในระยะสั้น  เพื่อบรรเทาอาการ  และเมื่ออาการสงบมั่นคงแล้ว  จึงค่อยลด  ละ  เลิก  การใช้ยา  โดยในระหว่างนี้จะต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม  ที่จะทำให้อาการหรือปัญหาเป็นรุนแรงขึ้น

 

         ภายหลังจากที่สามารถควบคุมอาการได้ในระดับหนึ่งจากการใช้ยาหรือฮอร์โมนทดแทนแล้ว  ก็ควรเริ่มจัดการกับความเครียดด้วยการออกกำลังกาย  โดยเฉพาะการฝึกปฏิบัติทางจิต  ได้แก่  การทำชีกง  โยคะ  หรือการฝึกปฏิบัติสมาธิวิปัสสานา  ซึ่งจะช่วยให้ปล่อยวาง  หรือทนทานต่อความเครียดได้ดีขึ้น  ทำให้เครียดยากขึ้นและเป็นสุขง่ายขึ้น

 

         ศ.นพ.นิมิต  ได้กล่าวถึงการเข้าสู่ภาวะหมดระดู  ว่า  การเข้าสู่ภาวะหมดระดูเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ  สตรีบางรายอาจเกิดอาการเนื่องจากการขาดฮอร์โมนเพศและจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษา  การดูแลรักษาประกอบด้วยการรักษาในระยะต้น  เพื่อบรรเทาอาการโดยการใช้ยาหรือฮอร์โมนทดแทนซึ่งต้องพิจารณาถึงข้อบ่งชี้  ข้อห้ามหรือข้อควรระวังการรักษา  ในระยะกลางก็โดยฝึกปฏิบัติกายใจเพื่อจัดการกับความเครียดที่จะกระตุ้นให้เกิดอาการดังกล่าว  จากนั้นจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพื้นฐานของสภาพจิตและมุมมองเพื่อการแก้ไขปัญหาในระยะยาว  ที่ยั่งยืนต่อไปโดยไม่ต้องอาศัยยา  ในรายที่มีปัญหาที่ไม่สามารถใช้ฮอร์โมนทดแทนได้  ก็มีทางเลือกอื่นที่เป็นการรักษา  ที่มิใช่ฮอร์โมนเพศซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง  จึงจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและเหมาะสมเป็นกรณีไป

 

โรคคู่หูวัยทอง

 

         คนที่มีอายุ  50  ก็เปรียบเสมือนคนที่เดินลงเขา  ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงตามสังขาร  แต่ก็มีวิธีที่จะทำยังไงไม่ให้ร่างกายโรยเร็ว และอีกการเปลี่ยนแปลงหนึ่งของคนวัย 50 ก็คือ  ฮอร์โมนลดลง  ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงให้เกิดโรคกระดูกพรุน  และหลอดเลือดหัวใจอุดตัน

 

โรคกระดูกพรุน

 

         เนื่องจากเพศหญิงจะมีการเกิดกระดูกจางมากและเร็วกว่าผู้ชาย  และผู้หญิงวัยทองขาดเอสโตรเจน  ซึ่งเป็นผลให้เกิดการละลายของกระดูกมากกว่าปกติ  แต่อย่างไรก็ตามหากวัยสาวสามารถสะสมมวลกระดูกไว้ได้มากก็จะทำให้กระดูกกร่อนช้า  ไม่เกิดโรคนี้  ซึ่งวัยที่สะสมมวลกระดูกไว้ได้มากและดีที่สุด  คือช่วง 30-35 ปี

 

โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน

 

         ตามจริงแล้วผู้ชายจะเป็นโรคนี้มากกว่า  เพราะผู้หญิงจะมีฮอร์โมนช่วยป้องกันไม่ให้ไขมันสูง  แต่พอผู้หญิงก้าวสู่วัยทอง  ฮอร์โมนนี้ลดลง  โอกาสที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก  วิธีการป้องกันต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน  อายุมากขึ้นต้องทานให้น้อยลง  เน้นผัก  ผลไม้  และหมั่นออกกำลังกาย  เพราะส่วนใหญ่พออายุมากมักมีอันจะกิน  กินเกินจนมีไขมันเกิน  หลอดเลือดก็ตัน  ดังนั้นถ้าปฏิบัติถูก โอกาสที่จะเป็นโรคนี้ก็ไม่มาก

 

ดูแลสุขภาพให้เหมาะกับวัย

 

         เมื่อเข้าสู่วัยนี้แล้ว  ก็ควรจะดูแลสุขภาพร่างกายให้เหมาะสมกับวัย  ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย หรือประพฤติตัวเหมือนวัยสาว  เพราะร่างกายของคนเรานั้นต้องการอาหาร  การดูแล  ผักผ่อนที่แตกต่างกันไปตามแต่ละวัย

 

         อาหาร  นอกจากการรับประทานอาหารครบ 5 หมู่แล้ว  สตรีวัยทองควรจะเน้นการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง  เช่น  นม  โยเกิร์ต  พืชตระกูลถั่ว  เต้าหู้  งาดำ  ปลาเล็กปลาน้อยที่รับประทานพร้อมก้าง  ผักใบเขียว  เป็นต้น  แคลเซียมที่รับประทาน  จะเป็นตัวเสริมสร้างกระดูก  สตรีวัยทองควรจะได้รับแคลเซียมวันละ  1,500 มิลลิกรัม  เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุน  นอกจากนี้ควรจะควบคุมระดับไขมันในเส้นเลือดโดยงดรับประทานอาหารที่มีคอเรสเตอรอลสูง  เช่น  หอยนางรม  ไข่แดง  เป็นต้น

 

         เลิกบุหรี่และแอลกอฮอล์  หลีกเลี่ยงสุรา  หลีกเลี่ยงความเครียด  เมื่อเวลาเครียดให้หายใจเข้าออกยาวๆ  ช้าๆ  และใจเย็นๆ

 

         ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  เช่น  การเดิน  การวิ่งเหยาะๆ  เต้นรำ  ฝึกโยคะ  ชีกง  ฯลฯ

 

         เมื่อเริ่มเกิดอาการร้อนให้ไปอยู่ที่เย็นๆ  ให้นอนในห้องที่เย็น  ให้ดื่มน้ำเย็นเมื่อเริ่มรู้สึกร้อนหลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดร้อน

 

         ตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอปีละ  1 ครั้ง  ตรวจเช็กความดันโลหิต  ตรวจเลือดหาระดับไขมัน

 

          ตรวจภายในเช็กมะเร็งปากมดลูก  ตรวจหามะเร็งเต้านม  และตรวจหาความหนาแน่นของกระดูก

 

เตรียมพร้อมเข้าสู่วัยทองอย่างไร

 

         เมื่อรู้เหตุและปัญหาของ  วัยทองแล้ว  ก็ควรที่จะเตรียมร่างกาย  จิตใจ  และการเริ่มต้นไม่ใช่เพียงมาเริ่มเอาเมื่ออายุ  40 ปี  หรือเฉียดๆ  จะเป็นวัยทอง  แต่ควรจะมีการเตรียมตัวมาตั้งแต่เด็กๆ  แต่ถ้าจะคิดเริ่มเอาเมื่ออายุ 30  40  ก็ยังไม่สายเกินไปนัก  เพียงแค่หากเปรียบเทียบการเดินข้ามสะพานไม้แคบๆ  คนหนุ่มสาวมักจะเดินทรงตัวได้ดีกว่าคนที่อายุมากแล้วก็เท่านั้นเอง

 

         การฝึกบุคลิกภาพ  ฝึกจิตใจ  เป็นเรื่องสำคัญมาก  เพราะหากเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคง  จะช่วยลดปัญหาสภาพจิตใจแปรปรวนได้เป็นอย่างดี

 

         รู้จักวิธีผ่อนคลาย  จัดการกับความเครียด  เพราะคนเรายิ่งมีอายุมากขึ้นยิ่งมีขยะอารมณ์เพิ่มเป็นเงาตามตัว  หากไม่รู้จักวิธีขจัดจะกลายเป็นสะสมเมื่อมันทะลักล้นก็จะควบคุมไม่ได้  คนเรารู้จักวิธีคิด  วิธีวิเคราะห์  แต่คนเราไม่รู้วิธีหยุดคิด  ดังนั้นต้องรู้จักการหยุดคิด  ด้วยการนั่งสมาธิ  ฝึกชีกง  โยคะ  ให้ลมหายใจกำหนดอยู่ที่จิตใจ

 

         ต่อมาเรื่องสุขภาพร่างกาย  สิ่งแวดล้อม  ก็เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง  เปรียบเหมือนต้นไม้ที่เจริญเติบโตงอกงามด้วยปุ๋ย  ดิน  อากาศ  น้ำ  ดังนั้นเราก็ควรเตรียมความพร้อมด้านนี้ด้วย  เช่น  อาหาร  น้ำ  แสงแดด  อากาศ  ต้องได้รับสิ่งที่ดีมีประโยชน์วัยทอง  ก็เปรียบเหมือนหนังที่เป็นเรื่องราวต่อเนื่องในช่วงชีวิตของคนเรา  ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับแล้วว่า  วัยหมดประจำเดือนไม่ใช่วัยเริ่มต้นสู่วัยชรา  เพราะสตรีวัยนี้ยังคงทำงานได้อย่างกระฉับกระเฉง  ดังนั้นอย่าวิตกกับการที่ชีวิตกำลังเข้าสู่ภาวะ  วัยทอง

 

https://fbcdn-photos-a-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn1/t1.0-0/47267_525092564183043_800497361_a.jpg

วัยทอง Menopause

 

วัยทองหรือหมดประจำเดือนคืออะไร

 

 วัยทองเป็นวัยหนึ่งของชีวิต ซึ่งเริ่มด้วย วัยทารก วัยเด็ก วัยรุ่น วัยกลางคนวัยทอง วัยรุ่นและวัยทองเป็นวัยที่รังไข่สร้างฮอร์โมนออกมาน้อยและไม่สม่ำเสมอทำให้มีประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ วัยทองรังไข่ทำงานน้อยลงทำให้สร้างฮอร์โมนออกมาน้อยลง[ estrogen,progesterone] ทำให้บางท่านอาจจะมีประจำเดือนมากขึ้นบางคนน้อยลง บางคนประจำเดือนห่างบางคนก็มาถี่ ฮอร์โมนนี้จะช่วยในการมีประจำเดือน การตั้งครรภ์ ความแข็งแรงของกระดูก ลดระดับ cholesterol

 

วัยทองจะเริ่มเมื่อไร

 

หญิงอายุตั้งแต่30 ปีขึ้นไปจน 50ปีสามารถเกิดวัยทองได้ โดยเฉลี่ยคืออายุ 51 ปีผู้ที่สูบบุหรี่จะเกิดวัยทองได้เร็วกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ ผู้ที่ตัดรังไข่ก็สามารถเกิดวัยทองได้ทันทีหลังตัดรังไข่

 

อาการเตือนของวัยทองมีอะไรบ้าง

 

เมื่อระดับฮอร์โมน estrogen และ progesteroneลดลงจะทำให้เกิดอาการหลายอย่างบางคนเป็นมากบางคนเป็นน้อย( ผลของเอสโตรเจนต่อร่างกาย)อาการอาจจะเป็นไม่กี่เดือนก็หาย แต่โดยเฉลี่ยประมาณ 4 ปี อาการต่างๆมีดังนี้

1.ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอเช่นมาเร็ว มาช้า มามาก มาน้อย มานาน

2.ร้อนตามตัว ผู้ป่วยจะมีร้อนโดยเฉพาะส่วนบนของร่างกาย แก้ม คอหลังจะแดงหลังจากนั้นจะตามด้วยเหงื่อออกและหนาวสั่นในเวลากลางคืน อาการนี้จะเป็นนาน 1-5 นาที

3.ปัญหาเกี่ยวกับช่องคลอดและกระเพาะปัสสาวะ เนื่องจากระดับ estrogen ลดลงทำให้เยื่อบุช่องคลอดแห้งและบางลงผู้ป่วยจะมีอาการปวดขณะร่วมเพศ และมีการติดเชื้อในช่องคลอดบ่อยขึ้น นอกจากนั้นยังมีเรื่องกั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะเล็ดเวลาจามหรือไอ

4.การคุมกำเนิด ควรคุมกำเนิดอย่างน้อย 1 ปีหลังประจำเดือนครั้งสุดท้ายผู้ป่วยบางคนจะมีความรู้สึกทางเพศลดลงแต่บางรายมีความรู้สึกทางเพศสูงขึ้น

5.มีปัญหาเรื่องการนอน นอนหลับยาก ตื่นเร็ว อาจจะตื่นกลางคืนและเหงื่อออกมาก ผู้ป่วยจะบ่นเรื่องเหนื่อย

6.ผู้ป่วยจะมีอารมณ์ผันผวนโกรธง่ายมีอาการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เร็ว เครียดง่าย หงุดหงิดโดยไม่มีสาเหตุ โกรธง่าย ใจน้อย ควบคุมอารมณ์ได้ยาก บางคนหลงลืมง่าย เวียนศีรษะ ซึมเศร้า

7.การเปลี่ยนแปลงทางรูปร่าง เอวจะเริ่มหายไป ไขมันที่เคยเกาะบริเวณขาจะเปลี่ยนไปเกาะบริเวณเอวกล้ามเนื้อลดลงมีไขมันเพิ่ม ผิวหนังเริ่มเหี่ยว

8.ปัญหาอื่น เช่นปวดศีรษะ ความจำลดลง ปวดตามตัว

9.ผิวหนังจะบางลง แห้งและเกิดเป็นแผลได้ง่าย มีอาการคันตามผิวหนัง และผิวหนังเกิดผื่นแพ้ง่าย

10.เส้นผมจะหยาบแห้งและบางลง หลุดร่วงได้ง่าย ไม่ดกดำเป็นเงางาม

11.ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือปวดตามข้อและกระดูก

12.นอนหลับยากหรือนอนไม่หลับ

13.ปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่ค่อยได้

14.กระดูกจะบางและเปราะง่าย เวลาหกล้มกระดูกจะหักได้ง่ายขึ้น

 

 ตารางข้างล่างจะแสดงความรุนแรงและความถี่ของอาการเพื่อเป็นข้อมูลในการให้ฮอร์โมนทดแทน

 

ตารางแสดงความรุนแรงของอาการและความถี่

 

 อาการ  ไม่เคย  เบาๆ  ปานกลาง  เป็นมาก  ความถี่

ร้อนตามตัว □ □ □ □  1   2    3     4      5

เหงื่อออกกลางคืน หนาวสั่น □ □ □ □  1   2    3     4      5

หลับยา ตื่นเร็ว □ □ □ □  1   2    3     4      5

ช่องคลอดแห้ง เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ □ □ □ □  1   2    3     4      5

ขี่ลืม ไม่มีสมาธิ □ □ □ □  1   2    3     4      5

ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน □ □ □ □  1   2    3     4      5

           1=ไม่เคย          5=บ่อยมาก

 

วัยทองกับโรค

 

 เมื่อเข้าสู่วัยทองจะมีโรคหลายโรคเกิดมากในวัยนี้ ได้แก่ โรคหัวใจ โรคกระดูกพรุน มะเร็งเต้านม แต่ไม่ใครสามารถที่จะคาดเดาว่าจะเป็นใครจะเป็นโรคดังกล่าว แต่เราจะพิจารณาจากปัจจัยเสี่ยงว่าวัยทองคนใดมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคอะไร ดังนั้นท่านที่อยู่ในวัยทองท่านจะต้องรู้สิ่งต่อไปนี้เพื่อการตัดสินใจรับฮอร์โมนทอแทน

รายละเอียดเกี่ยวกับโรคหัวใจ โรคกระดูกพรุน โรคมะเร็งเต้านม

ปัจจัยเสี่ยงของแต่ละโรค

ผลของฮอร์โมนทดแทนต่อภาวะดังกล่าว

 

โรคที่มักจะเกิดกับวัยทอง

ผู้ป่วยจะเกิดโรคกระดูกพรุนได้เร็ว

ผู้ป่วยวัยทองจะมีอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มผู้ป่วยควรควบคุมปัจจัยเสี่ยง

มะเร็งเต้านม

 

เมื่อเข้าสู่วัยทองต้องทำอะไรบ้าง

 

อาหาร สตรีวัยทองควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเน้นการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม โยเกิร์ต พืชตระกูลถั่ว เต้าหู้ งาดำ ปลาเล็กปลาน้อยที่รับประทานพร้อมก้าง ผักใบเขียว เป็นต้น แคลเซียมที่รับประทานจะเป็นตัวเสริมสร้างกระดูกเพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุน

 

นอกจากนี้ ควรควบคุมระดับไขมันในเส้นเลือดโดยงดรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง และเลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดิน การวิ่งเหยาะๆ เต้นรำ รำมวยจีน เต้นแอโรบิค เป็นต้น ฝึกการควบคุมอารมณ์ให้มีความคิดในทางบวก และทำจิตใจให้แจ่มใสเบิกบาน ตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ปีละ 1 ครั้ง ตรวจเช็คความดันโลหิต ตรวจเลือดหาระดับไขมัน ตรวจภายในเช็คมะเร็งปากมดลูก ตรวจหามะเร็งเต้านม และตรวจหาความหนาแน่นของกระดูก รวมทั้งการตรวจระดับของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับวัยทอง

ให้รับประทานอาหารที่มีแคลเซี่ยมสูง ลดไขมัน

ลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

เลิกบุหรี่และแอลกอฮอล์

ใช้สารหล่อลื่นก่อนร่วมเพศ

ตรวจเต้านม มะเร็งปากมดลูกทุกปี

 

การรักษาโรคที่มากับวัยทองโดยไม่ใช้ฮอร์โมน

 

 ก่อนการให้ฮอรโมนทดแทนจะต้องประเมินความรุนแรงของโรคที่พบร่วมกับวัยทองเช่นอาการร้อนตามตัว กระดูกโปร่งบางและต้องมาเปรียบเทียบกับความเสี่ยงที่จะเกิดโรคจากการให้ฮอร์โมนเช่นมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด และจะต้องพิจารณาว่ามีทางเลือกอื่นอีกหรือไม่ในการรักษาภาวะเหล่านี้

 

ถ้าหากท่านมีอาการร้อนตามตัวจะแก้ไขอย่างไร

เมื่อเริ่มเกิดอาการร้อนให้ไปอยู่ที่เย็นๆ

ให้นอนในห้องที่เย็น

ให้ดื่มน้ำเย็นเมื่อเริ่มรู้สึกร้อน

หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดๆ และร้อน

หลีกเลี่ยงสุรา

หลีกเลี่ยงความเครียด เมื่อเวลาเครียดให้หายใจเข้าออกยาวๆ ช้าและใจเย็นๆ

ถ้าหนาวให้ใส่เสื้อหลายชั้น และหากร้อนก็สามารถถอดทีละชั้น

แพทย์บางท่าแนะนำให้ใช้วิตามิน อีซึ่งจะลดอาการได้ร้อยละ 40 clonidine  และยาลดอาการซึมเศร้ากลุ่ม SSRI เช่น Prozac Zoloft

อาหารซึ่งมีถั่วเหลืองจะช่วยลดอาการร้อนตามตัว

 

อาการช่องคลอดแห้ง เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ปัสสาวะบ่อยจะแก้ไขอย่างไร

เนื่องจากเนื้อเยื่อของช่องคลอดและกระเพาะปัสสาวะจะฝ่อทำให้เกิดอาการดังกล่าว และหากมีข้อห้ามในการรับประทานฮอร์โมนทดแทน หรือผู้ป่วยไม่อยากจะรับความเสี่ยงจากการให้ฮอร์โมนก็สามารถใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดทาช่องคลอดได ้โดยระดับยาในเลือดจะมีน้อยกว่าชนิดรับประทาน 1 ใน 4 แต่จะให้ผลดีต่อช่องคลอดมากกว่าชนิดรับประทาน 4 เท่า ในการใช้ยาครั้งแรกให้ทาทุกวันหลังจากนั้นให้ทาอาทิตย์ละ 2-3 ครั้งหรือแล้วแต่การปรับของผู้ป่วย

นอกจากนั้นบางคนอาจจะใช้ยาที่เพิ่มความชุ่มชื้นแก่ช่องคลอดแต่ไม่ทำให้เนื้อเยื่อหนาตัว

 

อาการนอนไม่หลับและอารมณ์แปรปรวน

ใช้ยายาลดอาการซึมเศร้ากลุ่ม SSRI ซึ่งจะไปเปลี่ยนแปลงระดับ serotonin  ในสมองทำให้ลดอาการซึมเศร้า

 

 การรักษาโรคกระโปร่งบางหรือกระดูกพรุน  การป้องกันโรดกระดูกพรุนอ่านที่นี่

 

 การรักษาโรคหัวใจ  การป้องกันคลิกอ่านที่นี่

 

 มะเร็งเต้านม คลิกอ่านที่นี่ การให้ฮอร์โมนทดแทน

 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น